อัปเดต : เคสเด็กหญิงตาบวมและมีรอยช้ำที่บริเวณดวงตามานั่งขายของอยู่ในเมืองทองธานี
โดยหลังจากที่ “ข่าวคนนนท์” ได้ออกข่าวไปเมื่อคืนนี้ เจ้าหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องได้เร่งลงพื้นที่ติดตามเคสนี้อย่างเร่งด่วน
เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงกับทางครอบครัว เพื่อนบ้าน และโรงเรียน
ที่น้องตาปูดบวมหนึ่งข้าง เกิดจากเล่นกันในกลุ่มเพื่อนแถวบ้าน และ มีการวิ่งชนกันอย่างแรง ซึ่งเรื่องนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้พูดคุยและหาข้อเท็จจริงกับทุกฝ่าย ทั้งกับเพื่อนน้องที่วิ่งชน และผู้ปกครองของน้องด้วย ซึ่งเด็กทั้ง2ก็เล่าตรงกันว่าวิ่งเล่นกันตรงไหน
***เรื่องการทำร้ายเด็กไม่มีอย่างที่ประชาชนกังวลและเป็นห่วง***
ส่วนอีกประเด็นที่น้องมานั่ง ขายรองเท้า กระเป๋า ริมถนนนั้น เพราะทางครอบครัวของน้องมีฐานะค่อนข้างลำบาก รายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย และ น้องเป็นเด็กขยัน อยากช่วยเหลือแม่ เลยขอนำ รองเท้า และกระเป๋า มานั่งขายหารายได้ช่วยครอบครัวอีกทาง
***ทั้งนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีกหลายหน่วยงานกำลังเตรียมลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือน้อง***
#ข่าวคนนนท์ 19/06/69

.
อัปเดตข้อมูล : กรณีพบเด็กหญิง…บริเวณใต้ตามีรอยปูดบวม นั่งขายของอยู่ภายในเมืองทองธานี


วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 12.00 น.
ณ คอนโดเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

นายกนต์ธร ศรีชุมจันทร์ ปลัดอำเภออาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอปากเกร็ด ได้สั่งการให้ นายพัฒนา ภัทรพักตร์ ปลัดอำเภอ ร่วมกับ หัวหน้าบ้านพักเด็กจังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีรายละเอียดดังนี้

พบมารดาและเด็กชายเอ (นามสมมุติ) อยู่ในพื้นที่ ส่วนเด็กหญิงที่เป็นข่าวไม่พบตัว เนื่องจากเดินทางไปทัศนศึกษากับทางโรงเรียน จากการสอบถามมารดาให้ข้อมูลว่า “อาการตาบวมของบุตรสาวเกิดจากอุบัติเหตุวิ่งชนกันขณะเล่นกับเด็กชายเอ” ส่วน “กรณีที่บุตรสาวลงไปขายของนั้น เกิดจากความสมัครใจของเด็ก ที่ต้องการหาเงินไปทัศนศึกษา” ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของเด็กชายเอ ที่ยอมรับว่าเป็นผู้เล่นชนเด็กหญิงจนตาบวมจริง โดยมีพยานบุคคลในพื้นที่ร่วมยืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย

นอกจากนี้ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนนทบุรีได้โทรศัพท์ประสานครูผู้ดูแลเพื่อขอพูดคุยกับเด็กหญิง โดย
#เด็กหญิงได้ให้การยืนยันว่า “อุบัติเหตุตาบวมเกิดจากการวิ่งชนกับเด็กชายเอ ขณะเล่นกันจริง” สำหรับ “กรณีการลงไปขายของนั้น ตนได้แจ้งมารดาแล้วแต่มารดาไม่อนุญาต ตนจึงได้ขัดคำสั่งและแอบลงมาขายเอง” เนื่องจากต้องการนำเงินมาจุนเจือครอบครัวที่กำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อาการบาดเจ็บของเด็กเกิดจากอุบัติเหตุ มิใช่การทารุณกรรม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากครอบครัวกำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพอย่างหนัก

เห็นควรดำเนินการประสานความช่วยเหลือด้านการสงเคราะห์ครอบครัวตามระเบียบ เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและความปลอดภัยของเด็กในระยะยาวต่อไป

แผนการให้ความช่วยเหลือ

1. ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ คอนโดที่พักอาศัย เพื่อประเมินสภาพความเป็นอยู่
2. ประสานโรงเรียนเพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือบุตรทั้ง 3 ราย
3. ประสานเครื่อข่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ค่าเช่าที่ติดค้าง 1 เดือน รวมทั้งค่าน้ำ – ค่าไฟฟ้า ที่ติดค้างจำนวน 3 เดือน
4. ประสานศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี เพื่อให้มารดา เข้ารับการฝึกอาชีพ
5. มอบเครื่องอุปกรณ์บริโภคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ขอบคุณข้อมูลภาพข่าวจากเพจ ข่าวคนนนท์

เพจที่ว่าการอำเภอปากเกร็ด
.